ชื่อตามต้นฉบับ : Shinobi Life ผู้เขียน : โชโกะ โคนามิ แนว : Romantic Comedy สำนักพิมพ์ : บงกช พับลิชชิ่ง ความยาว : สองเล่ม (ยังไม่จบ) คุณค่าที่จะหยิบอ่าน : ทำไมผู้ชายไม่ลองอ่านการ์ตูนผู้หญิงบ้าง เผื่อจะได้เข้าใจพวกเธอมากขึ้น
เอี๊ยดดดดด... ขอออกตัวก่อนว่าปกติผมไม่อ่านการ์ตูนผู้หญิง แต่จู่ ๆ ดันสงสัยขึ้นมาว่า ทำไมการ์ตูนถึงต้องแบ่งประเภทหญิงชาย ก็ทีภาพยนตร์ยังไม่แยกเลย (นอกจากหนังโป๊ หรือหนังเกย์:P) เพื่อหาคำตอบให้ตัวเอง วันหนึ่งผมเลยตัดสินใจลองซื้อการ์ตูนผู้หญิงมาอ่านดู เอาแค่ขั้นตอนแรกผมก็เริ่มงงแล้ว ทำไมชื่อเรื่องของการ์ตูนผู้หญิงส่วนใหญ่ถึงยาวจัง “สองตัวร้ายกับยายเฉิ่ม” “สองสาวสุดเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดสะใจ” “สองหนุ่มหล่อเลือกใครดีนะ” “ยี่สิบสี่ชั่วโมงโยงใจรัก” ถามจริง จำได้หมดเหรอ... อย่างไรก็ตามไม่ว่าชื่อจะยาวมากหรือยาวมาก ๆ แต่ดูแล้ว แทบทุกเรื่องน่าจะเป็นการ์ตูนรักทั้งนั้น ผมเดินดูอยู่พักหนึ่ง ก่อนหยิบขึ้นมาหนึ่งเล่ม ด้วยความเชื่อว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นการเริ่มต้นที่เหมาะสมที่สุด เพราะอ่านเรื่องย่อดู คาดว่าน่าจะพบฉากต่อสู้ให้พอชื่นใจบ้าง หากจะติดใจ ก็ตรงชื่อเรื่องนี้ล่ะ...
“พ่อหนุ่มนินจา ข้ามเวลามารักกัน” :s เป็นเรื่องของ ‘เบนิ’ สาวน้อยมัธยมปลายลูกมหาเศรษฐี แต่ชีวิตกลับไม่มีความสุขแม้แต่น้อย เธอกำพร้าแม่ เหลือแต่พ่อที่เย็นชา และไม่มีเพื่อนสักคน วันหนึ่งบนยอดตึกสูงที่เธอนึกว่าจะเป็นสถานที่สุดท้ายของชีวิต โชคชะตากลับพลิกผันให้มาพบกับ ‘คาเงทาโร่’ นินจาหนุ่มรูปงามผู้ตกมาจากฟากฟ้าของอดีตกาล คาเงทาโร่ทึกทักทันทีว่าเบนิคือองค์หญิงที่เขาทำหน้าที่คุ้มครองอยู่ เพราะเธอดันมีชื่อและหน้าตาเหมือนองค์หญิงยิ่งนัก ‘องค์หญิงเบนิ’ ที่คาเงทาโร่สาบานว่าจะคุ้มครองดูแลเธอยิ่งกว่าชีวิตตนเอง แน่นอน ช่วงแรกเบนิไม่ชอบหน้าคาเงทาโร่ เพราะเข้าใจว่าเขาเป็นบอดี้การ์ดที่พ่อส่งมาควบคุมความประพฤติ แต่ด้วยความเสียสละอย่างจริงใจ บวกกับแววตาอ่อนโยนของเขาซึ่งเป็นดั่งชูริเคนคมกริบทำให้ประตูหัวใจปิดตายของเบนิเปิดออก...
พล็อตเรื่องทำนองนี้มีล้นตลาด ซ้ำยังขายไม่ยาก เพราะมุกเอ๋อหลงยุคสามารถเรียกเสียงฮาได้เสมอ ต่างกันแค่ว่า ใครจะวางโครงเรื่องได้น่าสนใจจนสร้างความแตกต่างขึ้นมา ผมยอมรับว่า “พ่อหนุ่มนินจา ข้ามเวลามารักกัน” ทำได้ไม่เลว ปริศนาการข้ามเวลา เงื่อนไขที่เป็นอุปสรรคต่อความรักของคนทั้งสอง รวมถึงการเสริมความเข้มข้นด้วยศัตรูคู่อาฆาตที่ตามล้างตามผลาญคาเงทาโร่มาแต่อดีต ทำให้การ์ตูนเรื่องนี้อ่านสนุกชวนติดตาม
อะแฮ่ม... ผมยังชอบอ่านการ์ตูนผู้ชายอยู่เหมือนเดิมนะครับ อ่านจบเล่มแรก ผมคิดว่าเริ่มรู้แล้วว่าการ์ตูนผู้ชายกับผู้หญิงต่างกันยังไง อย่างแรกต้องยอมรับว่าการ์ตูนผู้หญิงมีลายเส้นประณีตกว่า โดยเฉพาะหน้าตาตัวละคร ยังไม่ต้องพูดถึงตัวเอก แค่ตัวประกอบก็มีหน้าตาใสเด้ง ถึงขนาดว่า ถ้าเปิดผ่าน ๆ คงยากจะเดาว่าคนไหนเป็นพระเอกหรือนางเอก ผิดกับการ์ตูนผู้ชายอย่างสิ้นเชิงที่พระเอกบางเรื่อง แค่ไปแคสเป็นตัวประกอบในการ์ตูนผู้หญิงยังไม่น่าผ่านเลย...
ถัดมาคือระดับความโรแมนติก ใช่ว่าการ์ตูนที่ผู้ชาย (และผู้หญิง) อ่าน จะไม่มีเรื่องรักหวานแหวว อย่าง H2 , Katsu ก็โรแมนติกคอเมดี้อย่างดีเลย เพียงแต่สัดส่วนความหวานจะต่ำกว่ามาก ผมวัดจากการ์ตูนเรื่องนี้ แทบทุกตอนอย่างน้อยต้องมีฉากสบตาสองเรา หรือไม่ก็กอดกันอย่างซาบซึ้ง และจูบดูดดื่มเป็นบางคราว แต่ถ้าเป็นการ์ตูนผู้ชายส่วนใหญ่ หากจะมีฉากแสดงความรัก ก็มักกระโดดข้ามขั้นตอนโหมโรง ไปสู่ฉากโหมกระหน่ำพันตูทันที (ห้ามคิดภาพตามนะ) อ้าว คล้าย ๆ กำลังตีแผ่สันดานผู้ชายยังไงไม่รู้
สุดท้ายที่ผมเห็นก็คือ “ตัวตนความเป็นผู้ชาย” ในการ์ตูนผู้หญิง ช่างแตกต่างจากผู้ชายในการ์ตูนผู้ชาย และอาจต่างจากผู้ชายตัวเป็น ๆ อย่างมาก พระเอกในการ์ตูนผู้หญิงมักมีความอ่อนโยนสูง ถนัดในการถ่ายทอดความรู้สึกผ่านสีหน้า แววตา หรือคำพูด ยามคาเงทาโร่พูดถึงองค์หญิงเบนิ เราสามารถรู้ได้เลยว่าเขารักและเทิดทูนองค์หญิงขนาดไหน “ต่อให้ร่างกายข้ามลายสิ้นไป ข้าก็จะปกป้ององค์หญิงเบนิ....” “ข้าโหยหาท่านเบนิ ข้าไม่อยากให้ใครแตะต้องท่าน ไม่ได้เหรอครับ...” รับรองคำพูดทำนองนี้ไม่มีวันหลุดจากปาก ‘มาเอดะ ไทซอน’ ใน 'จอมเก Blues' อย่างแน่นอน อาจเพราะเหตุผลเหล่านี้ทำให้การ์ตูนผู้หญิงเป็นการ์ตูนสำหรับผู้หญิง และพระเอกในการ์ตูนผู้หญิงก็คือผู้ชายที่พวกเธอฝันหา เป็นความฝันของผู้หญิงเท่านั้น...
พอผมอ่านการ์ตูนเรื่องนี้จบสองเล่ม ก็รู้สึกว่าตัวเองเข้าใจการ์ตูนผู้หญิงมากขึ้น แต่ใครช่วยตอบผมทีว่า ผมต้องอ่านต่อไปอีกกี่เล่ม ถึงจะเข้าใจ ‘ผู้หญิง’ เสียที
|